“ติดอาวุธด้วยปัญญา”คุณหมอไม่ต้องยุ่งยากขนาดนั้นก็ได้
เวทย์ เธียรธโนปจัย
นายแพทย์ประเวศ วะสี ปาฐกถาพิเศษเรื่อง”ยุทธศาสตร์การฟื้นฟูประเทศเพื่อแก้ไขความขัดแย้ง” โดยแนะติดอาวุธปัญญาประชาชนให้ทันก่อนหันไปจับอาวุธ ฟังแล้วอยากให้ท่านกลับไปรักษาคนไข้จะดีกว่า ที่บอกว่าท่านไม่ต้องยุ่งยากขนาดนั้นก็ได้เพราะมีวิธีที่ดีกว่าง่ายกว่าแยะเลย ถ้าคนมีอำนาจคนรวยเขาไม่อยากให้เกิดการปฏิรูป แล้วคุณหมอยังจะให้ประชาชนต้องเป็นคนปฏิรูป คุณหมอก็พูดเป็นลิเกไปได้ แถมยังบอกอีกว่า ประชาชนจะต้องมีพลังปฏิรูปด้วยการติดอาวุธด้วยปัญญา แค่นี้ยังไม่พอท่านยังมอบหน้าที่ให้นักวิชาการ สถาบันต่างๆ ต้องสร้างความรู้ให้ชัดเจนว่า จะปฏิรูปอะไร ทำอย่างไร เอาความรู้ไปให้ประชาชน แล้วที่คุณหมอบอกนั่นมันคืออะไร ทำอย่างไรล่ะ ฟังแล้วก็ยิ่งงงหนักขึ้น สุดท้ายยังบอกว่าถ้าไม่ทำอย่างที่คุณหมอบอก หนักเข้าประชาชนจะติดอาวุธด้วยอาวุธจริงๆแล้วละก้อจะเกิดความวุ่นวายต่างๆ ตามมา คุณหมอพูดตั้งแต่เกิดจากครรภ์มารดาจนถึงเชิงตะกอนซึ่งเป็นตอนจบของเรื่อง ขอประทานโทษจริงๆ ที่ยังฟังไม่ออกว่าคุณหมอหมายถึงอะไร ไม่รู้จริงๆ พับผ่าเถอะ
จับได้แค่สองคำเท่านั้นคือปัญญากับอาวุธ ปัญญาในความหมายของคุณหมอจะพยายามเข้าใจให้ได้ว่ามันคือปัญญา แต่จะตรงกับที่คุณหมอบอกหรือไม่ ไม่อาจทราบได้ ส่วนอาวุธก็เหมือนกันที่เข้าใจอยู่อาวุธก็คืออาวุธอีกนั่นแหละจะตรงกับที่คุณหมอต้องการหรือไม่ก็ไม่รู้อีก ข้อสำคัญถ้ามีสองคำที่ว่านี้จะช่วยแก้ไขความขัดแย้งได้นัยว่าชงัดนักเหมือนยาฉีดรักษาไข้ยังงั้นทีเดียว นี่พยายามมองเพื่อเชียร์คุณหมอเต็มที่แล้ว แต่ไม่เห็นที่คุณหมอพูดถึงความขัดแย้งเลย ว่าคืออะไร ยกตัวอย่าง คุณจตุพรคิดว่านายกอภิสิทธิ์หนีการเกณฑ์ทหาร แต่นายกอภิสิทธิ์ก็ปฏิเสธว่าเปล่าหนี นี่คือเกิดขัดแย้งแล้วใช่ไหม แล้วถ้ามีสองอย่างที่คุณหมอบอก คือปัญญากับอาวุธ ก็สามารถจะแก้ไขความขัดแย้งนี้ได้เหมือนปลอกกล้วยเข้าปากอย่างที่คุณหมอต้องการใช่หรือไม่ ถ้าใช่ก็แล้วไปถ้าไม่ใช่ก็เห็นจะต้องให้คุณหมอสาธกให้ฟังเพราะยังไงๆก็ไม่เข้าใจอยู่นั่นเอง แม้พยายามจะเข้าข้างคุณหมอจนแล้วจนรอดก็ตาม
ที่จั่วหัวว่า ”ติดอาวุธด้วยปัญญา” คุณหมอไม่ต้องยุ่งยากขนาดนั้นก็ได้ หมายความว่ามีวิธีที่ดีกว่าง่ายกว่าของคุณหมอเพราะมีคนกำลังทำอย่างสุดฝีมือกลุ่มใหญ่จนใกล้จะเสร็จแล้วด้วย จะเป็นใครเสียอีกถ้าไม่ใช่คนเสื้อแดงเพราะเขาทำมากับตีนจริงๆ ทุกครั้งที่มีการชุมนุมพวกเขาก็มักจะย่ำเท้ากันมาจนแดงพรึบไปหมดทั้งถนนโดยไม่เห็นจะต้องติดอาวุธทางปัญญามาเลย เพราะแต่ละคนก็มาด้วยปัญญาที่แน่วแน่ของพวกเขาเองทั้งสิ้นคือการมาเรียกร้องเอาอธิปไตยที่เป็นของพวกเขาอยู่แต่เดิมแต่ถูกรัฐบาลขโมยไปคืน นั่นคือประชาธิปไตย โดยเฉพาะเสื้อแดงล้วนมามือเปล่าไม่เห็นจะต้องติดจรวดหรืออาวุธจริงๆอย่างที่คุณหมอว่า แต่รัฐบาลเสียอีกให้ทหารติดอาวุธสงครามเอ็ม ๑๖ พร้อมกระสุนครบมือมากันเพียบเพื่อแก้ไขความขัดแย้งอย่างที่คุณหมอว่าหรือเพื่อเพิ่มความขัดแย้งกันแน่ก็ไม่รู้
ที่จริงเสื้อแดงต่างหากที่สามารถแก้ความขัดแย้งและสร้างความปรองดองได้ยอดเยี่ยมโรงเรียนผู้ปฏิบัติงานนปช.เพราะใช้เวลาไม่ถึงปีก็ทำให้เสื้อแดงแดงทั้งแผ่นดินได้อย่างน่าอัศจรรย์ยิ่งไม่ว่าตาสีตาสายายมายายมีถ้าไปถามว่าประชาธิปไตยคืออะไรทุกคนตอบได้หมด ที่น่าทึ่งมากก็คือพวกเขาเหล่านั้นสามารถขึ้นเวทีปราศรัยได้ทุกคนโดยไม่ต้องเกาะโพเดียมเลย วิธีการที่คุณหมอเสนอแนวคิดเพื่อแก้ไขความขัดแย้งจึงน่าจะเหมาะกับผู้ที่ไม่เข้าใจประชาธิปไตยแต่ฟังที่คุณหมอเสนอแนะออกหรือคนที่เชิญคุณหมอมาพูดซึ่งก็คงมีอยู่จำนวนหนึ่งไม่กี่คนเท่านั้น จึงไม่จำเป็นต้องสรุปอะไรอีก เพราะเสื้อแดงนั้นข้ามเรื่องประชาธิปไตยไปไกลแล้ว
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น