โดย เวทย์ เธียรธโนปจัย |
ถ้าใครเคยนั่งเครื่องบินแล้วมองผ่านหน้าต่างออกไป เขาจะเห็นกลุ่มเมฆสีขาวปกคลุมโลกสุดลูกหูลูกตาแล้วคงคาดไม่ถึงว่า ทำไมบนฟ้ายังมีฟ้าเหนือขอบโลกขึ้นไปอีกเขาคงคิดว่า ฟ้าไม่น่าจะมีฟ้าอีกแล้วกระมัง นี่คือสิ่งที่จะคุยให้ฟังว่าวิธีการแบบนี้ก็จะมีมากขึ้นเรื่อยๆในวงการสื่อสารมวลชน คือเชิญฝ่ายตรงข้ามที่คิดว่าเป็นหมูเข้าถ้ำเสือเพื่อปิดประตูตีแมว แต่เผอิญแมวที่เขาเชิญไปคราวนี้นั้นไม่ใช่แมวธรรมดาแต่กลับเป็นเสือเขี้ยวตันที่ผ่านศึกในสมรภูมินักพูดมาแล้วโชกโชนอย่างณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ยอดขุนพลเสื้อแดงคนหนึ่ง ที่สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส (Thai PBS) เชิญไปออกรายการ "ตอบโจทย์" เมื่อไม่กี่วันมานี้ เสียดายอยู่นิดเดียวที่เขาเอามือคนละชั้นมาทาบเอาคนพูดมากมาต่อ อย่างที่ อ.ตุ้มมักจะย้ำอยู่เสมอว่า คนที่พูดเก่งกับคนที่พูดจริงนั้น ต่างกันมากทีเดียว จึงน่าจะเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้รายการขาดอรรถรสไปไม่น้อยอย่างที่ควรจะเป็น
ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา ผู้ดำเนินรายการเริ่มต้นส่วนหนึ่งด้วยคำพูดที่ว่า “นักปราศรัยที่ อาจารย์เบ็นนาดิก แอนเดอสัน (Benedict Anderson) แห่งมหาวิทยาลัยคอร์แนล (Cornall University) ขนานนามว่าเป็นผู้ปราศรัยที่เก่งกาจที่สุดคนหนึ่งตั้งแต่มีสยามประเทศสมัยใหม่มา หนึ่งในแกนนำ นปช. คือ คุณณัฐวุฒิ ใสเกื้อ....ตอนนี้ตาสว่างแล้ว ตกลงที่บอกว่าตาสว่างแล้ว เห็นอะไรฮะ
ณัฐวุฒิ: ผมเห็นว่า ระบบอำมาตยาธิปไตยในประเทศนี้ มีเครือข่ายโยงใยสลับซับซ้อนแล้วยิ่งใหญ่เพียงพอที่จะบงการประเทศให้เป็นไปตามที่เขาต้องการได้และที่สำคัญก็คือ เขาอำมหิตมากพอที่จะใช้กำลังหรือใช้อาวุธกับประชาชนมือเปล่าเพียงเพื่อปกป้องรักษาอำนาจของตัวเอง นี่ก็เพียงพอสำหรับคำว่าตาสว่าง
ภิญโญ: แล้วทำไมบอกว่าตาสว่างแต่ไม่จำเป็นต้องปากสว่าง ในเมื่อก็พูดได้หมด ทำไมปากสว่างไม่ได้ฮะ
ณัฐวุฒิ: คู่ต่อสู้ของเรายิ่งใหญ่และอำมหิตเกินกว่าที่เราจะเดินผลีผลามหรือว่าป่าวประกาศในทุกเรื่องที่เขากำลังจับตามอง เขามีเครื่องมือทั้งกฎหมาย เขามีเครื่องมือทั้งอาวุธ เขามีกองทัพทั้งกองทัพ เขามีอำนาจในและนอกระบบมากมาย เพราะฉะนั้นก้าวต่อไปที่เราจะเดินหลังจากตาสว่าง ก็จะต้องรัดกุมแล้วก็ยืนอยู่บนพื้นฐานของความปลอดภัยทั้งในส่วนบุคคลแล้วกับขบวนต่อสู้ทั้งหมดด้วย
ภิญโญ: คุณณัฐวุฒิปราศรัยบอกว่า ผมจะล้มพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ตกลงจะล้มพลเอกเปรม จริงหรือฮะ
ณัฐวุฒิ: คือผมไม่ได้มีปัญหาอะไรเป็นการส่วนตัวกับท่านแล้วก็ไม่ได้โกรธแค้นๆ หรือว่าไม่ได้อาฆาตมาดร้ายใดๆ กับความเป็นตัวตนของท่าน แต่ผมเห็นว่า ท่านเป็นศูนย์กลางของระบอบอำมาตยาธิปไตยที่เราต่อสู้อยู่แล้วบทบาทของท่านทำให้การพัฒนาบ้านเมืองไปสู่ระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริงเป็นปัญหาผมเพียงต้องการให้เครือข่ายอำนาจที่ท่านนั่งเป็นศูนย์กลางอยู่มันอ่อนแอลงจนไม่สามารถจะแทรกแซงการเมืองแทรกแซงประชาธิปไตยของประชาชนได้ ก็เท่านั้น ท่านยังสามารถที่จะมีสุขภาพยืนยงแข็งแรง ผมจะไม่ไปทำอะไรท่านเป็นการส่วนตัวเพราะว่าไม่ใช่เรื่องที่เราคาดหวังเราเพียงต้องการให้อำนาจที่ท่านเป็นศูนย์กลางอ่อนแอเท่านั้น
ภิญโญ: คนที่จงรักภักดีเขาบอกว่าจริงๆเป้าหมายอาจไม่ได้อยู่ที่พลเอกเปรม แต่ตีวัวกระทบคราด ตึพลเอกเปรมเพื่อกระทบไปที่สถาบันกษัตริย์ คุณณัฐวุฒิจะอธิบายข้อนี้ไหมฮะ
ณัฐวุฒิ: ผมไม่เชื่อว่าจะมีคนที่จงรักภักดีคนไหนมากล่าวหาคนไทยคนอื่นว่าไม่จงรักภักดี ผมคิดว่า คนที่ประกาศว่าตัวเองจงรักภักดีเหนือใครแล้วชี้หน้าไปทั่วประเทศไทยว่าคนอื่นไม่จงรักภักดีคนนั้นแหละมีปัญหาเรื่องความจงรักภักดี นี่เป็นการต่อสู้ทางการเมืองถ้าหากคุณบริสุทธิ์ใจและเชื่อมั่นว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ทรงอยู่เหนือการเมืองจะต้องไม่เอาสถาบันพระมหากษัตริย์มาอ้างอิงไม่ว่าจะเป็นประโยชน์กับตัวเอง หรือเป็นโทษกับฝ่ายตรงข้าม เพราะสิ่งที่เราต่อสู้เป็นเรื่องของประชาชน
ภิญโญ: ในหัวใจคุณณัฐวุฒิจริงๆ เวลาพูดถึงสถาบันกษัตริย์ในหัวใจคิดอะไรฮะ
ณัฐวุฒิ: ก็ผมคิดว่าผมเป็นคนไทยคนหนึ่งอยู่ใต้ร่มพระบารมีแล้วก็ไม่มีปัญหาใดๆกับการดำรงค์อยู่ของสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่สิ่งที่ผมต่อสู้ผมต่อสู้กับระบอบอำมาตยาธิปไตยแล้วก็เปิดเผยชัดเจนมาตลอดผมนี่มีปัญหากับคนที่อ้างว่าจงรักภักดีแต่กลับปฏิบัติตนอย่างน่าเคลือบแคลงสงสัยหลายคนในรัฐบาลชุดนี้ประกาศตัวเองว่าจงรักภักดีแต่เป็นรัฐบาลชุดเดียวกันนื้ที่มีกระแสข่าวออกมาว่าทุจริตคอรับชั่นมโหฬารมากที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศไทยหลายคนในประเทศนี้ประกาศตัวเองว่าจงรักภักดีแต่ไปมีข้อมูลจากบันทึกของเอกอัคราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยว่าพูดถึงบุคคลสำคัญในสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างไร เพราะฉะนั้นผมมีปัญหากับคนที่อ้างว่าตัวเองจงรักภักดี
ภิญโญ: ถามกันตรงไปตรงมาคุณณัฐวุฒินี่เอาเจ้าหรือไม่เอาเจ้า
ณัฐวุฒิ: คือผมเป็นคนไทยผมไม่ต้องตอบคำถามว่าเอาเจ้าหรือไม่เอาเจ้าเพราะผมไม่มีสิทธิจะคิดไปเอาหรือไม่เอาเพราะสถาบันเบื้องสูงอยู่เหนือการเมืองผมเป็นคนไทยใต้ร่มพระบารมีและผมยืนยันที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของตัวเองในทุกกรณีคนที่กล่าวหาพวกผมต่างหากที่มีปัญหาเรื่องนี้ คือ มันต้องเข้าใจอย่างนี้ ข้อกล่าวหาเรื่องความไม่จงรักภักดี เป็นข้อกล่าวหาที่ฝ่ายอนุรักษ์นิยมฝ่ายจารีตนิยม ใช้ทำลายฝ่ายเสรีนิยมมาโดยตลอด ดร.ปรีดี พนมยงค์ อาจารย์ป๋วย อึ้งภากร นักคิดนักเขียนหลายคน ถูกทำลายล้างทางการเมืองด้วยข้อกล่าวหาแบบนี้ทั้งที่บทพิสูจน์ในภายหลังไม่เป็นข้อเท็จจริงแต่อย่างใด วันนี้พวกผมออกมาสู้เพื่อประชาธิปไตย ก็ถูกทำลายด้วยข้อหาเดียวกัน เพราะถ้าหากพวกเขายอมรับว่า ผมเป็นขบวนการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยจริงๆ แสดงว่าพวกเขาไม่ใช่ คุณเห็นไหมครับ เพราะฉะนั้นการใช้สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นข้อกล่าวอ้างในทางการเมือง ผมเรียนว่าไม่เป็นผลดีต่อสิ่งใดเลย แม้แต่กระทั่งต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ก็ตาม คนที่จงรักภักดีหรือหวังดีต่อบ้านเมืองจริงๆจะไม่นำสถาบันมากล่าวหาและทำลายกันแบบนี้ แต่ขณะนี้ทำกันเยอะแยะไปหมด คุณจะเห็นว่า ๒-๓ วันมานี้มีข่าวว่า พรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ทำพระบรมฉายาลักษณ์ แล้วก็จะนำพระบรมฉายาลักษณ์ไปมอบให้กับประชาชนถึงบ้านโดย สส.หรือผู้สมัครของพรรคตัวเอง ประเด็นก็คือ สส.หรือผู้สมัครของพรรคนั้นเป็นพรรคที่ประชาชนโดยเฉพาะในภาคอิสานในภาคเหนือเขาปฏิเสธด้วยความเคารพถ้าพูดตรงไปตรงมาเขารังเกียจ เพราะเขาถือว่าพฤติกรรมทางการเมืองเขารับไม่ได้ทีนี้คนที่ประชาชนรังเกียจอัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์เข้าไปหาประชาชนท่านเห็นว่าสมควรไหมไม่มีใครทักท้วงเรื่องแบบนี้ รัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้เข้าไปถวายสัตย์ปฏิญาณแล้วก็ออกมาโกงกิน มี ๒๕% ๓๐% กันทุกโครงการแล้วอ้างว่าตัวเองจงรักภักดีผมว่าคนไทยต้องคิดเรื่องนี้มากๆ
ภิญโญ: คุณณัฐวุฒิพูดต่อว่า ถ้ามีการต่อสู้กันมีการรัฐประหารเกิดขึ้นจะล้มทั้งยวงทั้งพวงทั้งแผ่นดินทั้งยวงทั้งพวงทั้งแผ่นดินนี้หมายความว่าอย่างไรฮะ
ณัฐวุฒิ: หมายถึงระบอบอำมาตยาธิปไตยที่มีพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นศูนย์กลางมีอำนาจนอกระบบมีกลไกต่างๆนาๆ มากมายสลับซับซ้อนต้องให้เวลา ๒ ชั่วโมงผมจะจารนัยมาให้หมด
ภิญโญ: ขยายความต่อคุณณัฐวุฒิปราศรัยต่อไปอีกขี้ไปอีกว่ารัฐประหารครั้งต่อไปถ้าเกิดจะมีกันจริงๆซึ่งไม่มีใครรู้ว่าจะมีหรือไม่มีแต่เดิมพันนั้นสูงลิ่วๆ นี่หมายความว่าอย่างไรและสูงแค่ไหนฮะ
ณัฐวุฒิ: หมายความว่าโครงสร้างของระบอบอำมาตยาธิปไตยในประเทศไทยอาจจะพังคลืนลงทั้งหมดแล้วคุณคิดว่าระบอบอำมาตยาธิปไตยในประเทศไทยมันสูงไหมล่ะมันสูงพอที่จะล้มรัฐบาลที่ประชาชนเลือกมา ๑๙ ล้านเสียงได้ มันสูงพอที่จะบงการให้มีการยึดอำนาจได้ มันสูงพอที่จะล้มนายกที่มาจากการเลือกตั้ง ๒ คนติดกันแล้วก็ตั้งรัฐบาลในค่ายทหารและมันสูงพอจนถึงขนาดมีเหตุการณ์ฆ่าประชาชน ๙๑ ศพบาดเจ็บ ๒,๐๐๐ แต่รัฐบาลชุดนั้นก็ยังอยู่จนปัจจุบัน นี่มันสูงลิ่วเกินไปแล้วสำหรับประเทศไทย แล้วประชาชนก็จะต้องต่อสู้กับอำนาจเหล่านี้แล้วถ้าคุณทำอีกมีการรัฐประหารหรือล้มการเลือกตั้งเดิมพันก็สูงอย่างที่บอก
ภิญโญ: ถ้าเกิดมีการรัฐประหารขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งในปีนี้พศ.นี้การเคลื่อนของคนเสื้อแดงจะเป็นอย่างไรฮะ
ณัฐวุฒิ: เราจะมีการต่อสู้กับการรัฐประหารทันทีแม้ว่าการรัฐประหารนั้นจะล้มรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะที่เรารังเกียจชิงชังก็ตาม แต่เราเห็นว่าการจะจัดการกับสิ่งที่เห็นว่าผิดต้องทำด้วยวิธีการที่ถูกเท่านั้น เราไม่สามารถจัดการกับสิ่งที่เห็นว่าผิดด้วยวิธีการที่ไม่ถูก เพราะถ้าทำแบบนั้นผลลัพธ์จะไม่มีทางถูกไปได้ เช่น รัฐบาลบอกว่าประชาชนมาปิดแยกราชประสงค์เป็นวิธีการที่ผิดเป็นสิ่งที่รัฐบาลรับไม่ได้แต่คุณจัดการโดยใช้ สไนเปอร์ออกมาไล่ยิงไล่ฆ่าผลลัพธ์ก็อย่างที่เห็นมันไม่มีทางถูกต้องไปได้ ฉันใดฉันนั้นเช่นเดียวกันถ้าหากรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ได้รับการยอมรับจากประชาชน เขาก็ต้องพ้นไปตามวิถีทางประชาธิปไตยแล้วเราก็ตั้งต้นขบวนการประชาธิปไตยเพื่อหาตัวแทนของประชาชนมาดูแลบ้านเมืองล่ะ ถ้าทุกฝ่ายใจกว้างและยอมรับกลไกเหล่านี้แล้วยอมรับกันเสียทีว่าประเทศไทยมันเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ประเทศไทยไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปผมว่าเราเริ่มต้นที่จะสร้างสันติภาพด้วยกันได้
ภิญโญ: การต่อสู้ถ้าเกิดมีการรัฐประหารขึ้นจริงๆจะรุนแรงแค่ไหนจะเป็นการต่อสู้ขั้นแตกหักของคนเสื้อแดงกับฝ่ายที่ทำรัฐประหารเลยหรือเปล่าฮะ
ณัฐวุฒิ: ผมคาดเดาอย่างนั้นไม่ได้แต่ผมมั่นใจว่าประชาชนไม่ใช่เฉพาะคนเสื้อแดงครับ หลายสีเสื้อเขาไม่ยอมให้มีการรัฐประหารอีกต่อไปและเขาจะออกมาต่อต้านในฉับพลันทันทีที่มีการก่อเหตุ เรื่องนี้ไม่มีใครคาดเดาผลที่จะเกิดตามมาได้แต่ว่าผมหวั่นเกรงเหลือเกินว่าเมื่อถึงเวลานั้นฝ่ายผู้มีอำนาจจะตัดสินใจโดยอำมหิตใช้กำลังเข่นฆ่าประชาชนอีก เพราะฉะนั้นผมไม่อยากให้ถึงวันนั้นแล้วคนที่ตัดสินใจไม่ใช่ประชาชนเป็นฝ่ายผู้มีอำนาจ
ภิญโญ: วันนี้รัฐบาลประกาศวันยุบสภาล่วงหน้าบอกจะยุบสภาล่ะและขอให้ทุกฝ่ายเดินเข้าสู่การเลือกตั้ง การเมืองบอกว่าเข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง ถ้าเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งจริงๆ ยุทธศาสตร์การเดินต่อจากนี้ของคนเสื้อแดงเป็นอย่างไรฮะ
ณัฐวุฒิ: คนเสื้อแดงก็จะต่อสู้ในสนามการเลือกตั้งเพราะเราบอกว่าปลายทางของเราคือระบอบประชาธิปไตยเมื่อเราศรัทธาในระบอบประชาธิปไตยเราปฏิเสธขบวนการเลือกตั้งไม่ได้ แล้วขบวนการเลือกตั้งคราวนี้ก็จะเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่าสิ่งที่เราต่อสู้มาตลอด ๔-๕ ปีเรามาถูกทางหรือไม่เราได้รับการยอมรับจากประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศหรือเปล่าเราพร้อมที่จะพิสูจน์แต่ไม่ได้หมายความว่าเสร็จการเลือกตั้งแล้วจะยุติภารกิจของการต่อสู้ยังมีหลายอย่างที่เราต้องทำแต่ยืนยันว่าเราจะเดินบนวิถีทางที่ถูกต้องเท่านั้น
ภิญโญ: ...เสื้อแดงโจมตีรัฐบาลว่า มีความเลวร้าย มีความอยุติธรรม ๒ มาตรฐานอะไรเต็มไปหมด แต่สิ่งที่คนเสื้อแดงไม่เคยบอก ถ้าเกิดคนเสื้อแดงได้รับชัยชนะขึ้นมาจริงในการต่อสู้ทางการเมือง สังคมใหม่ที่คนเสื้อแดงอยากเห็น สังคมใหม่ที่คนเสื้อแดงอยากทราบ หน้าตาจะเป็นอย่างไร จะต่างจากสังคมเดิมที่คนเสื้อแดงบ่นนักบ่นหนาว่ามีปัญหายังไงฮะ
ณัฐวุฒิ: ผมว่าถ้าเราตั้งสมมุติฐานที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงนี่ เราก็จะได้คำตอบที่คลาดเคลื่อนไปด้วย ผมอยากจะให้มองกันให้ชัดว่า วิกฤตการณ์ทั้งหมดนี่มันเกิดขึ้นจาก พตท.ทักษิณ ชินวัตร หรือเกิดขึ้นจากความรู้สึกของคนกลุ่มหนึ่งที่หวาดระแวงที่ไม่ไว้ใจ หรือที่กลัวว่า ประชาชนจำนวนมากสนับสนุน พตท.ทักษิณ มากเกินไป พตท.ทักษิณ ชินวัตรเป็นผลผลิตของชนชั้นล่างที่เติบโตด้วยลำแข้งของตัวเอง มาเบียดแย่งพื้นที่ของชนชั้นสูง แล้วก็ได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนร่วมชนชั้นให้เป็นผู้นำประเทศแล้วก็ใช้อำนาจบริหารที่ได้จากประชาชน สร้างประโยชน์ให้กับประชาชนอย่างที่ไม่เคยมีรัฐบาลชุดใดทำได้มาก่อน เขาจึงแข็งแรง ถ้า พตท.ทักษิณ ชินวัตร ทุจริตคอรับชั่นหรือโกงกินหรือแทรกแซงใดๆ ขบวนการประชาธิปไตยต้องจัดการเขาได้ ทำไมต้องมีคนอื่นมาคิดแทนล่ะครับ ทำไมต้องเอา พตท.ทักษิณ ออกไปด้วยรถถังของคณะยึดอำนาจ ทำไมต้องเอารัฐบาลชุดใดๆมา โดยอ้างว่าชุดนี้ดีกว่าทักษิณ แล้วมันดีกว่าจริงไหมก็ถ้ามันดีกว่าแล้วทำไมพันธมิตรที่เคยขับไล่ทักษิณ จึงไปพูดที่สะพานมัฆวานว่า รัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ ทุจริตยิ่งกว่าทักษิณ ชินวัตร เพราะฉะนั้นนี่คือความจริงที่ผมต้องพูดอย่างตรงไปตรงมา ท่านโกรธทักษิณไม่เป็นไร เกลียดทักษิณไม่เป็นไร อาฆาตทักษิณก็ไม่ว่า แต่อย่าโกรธ เกลียด อาฆาตจนมองข้ามความยุติธรรม จนมองข้ามความจริง ที่จะต้องให้กับคนๆหนึ่ง ผมไม่ได้ศรัทธา พตท.ทักษิณ จนไม่ลืมหูลืมตา แต่ผมศรัทธาในคำว่าประชาชน และผมศรัทธาในคำว่าความยุติธรรม และผมเชื่อว่า คนทุกคนต้องได้รับสิ่งนี้
จากการวิเคราะห์เป้าหมายและการตั้งคำถามของผู้ดำเนินรายการ”ตอบโจทย์” (ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา)ของ อ.ตุ้ม จา หวาน นักวิชาการเสื้อแดง ยังได้ชำแหละโจทย์ไว้อย่างน่าฟังว่า ผู้ดำเนินรายการน่าจะมีอคติอย่างแรงต่อคนเสื้อแดงและ พตท.ทักษิณ ชินวัตร มากเกินไปหรือไม่ จึงได้ทึกทักและเชื่ออย่างจริงจังว่า มีคนจำนวนมากที่ไม่เอา พตท. ทักษิณ ชินวัตร และอาจจะถึงขั้นเกลียดคนเสื้อแดง ทั้งๆที่การชุมนุมเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยของคนเสื้อแดงนั้นแต่ละครั้งจะมีคนเข้าร่วมจำนวนมากเป็นประวัติการการชุมนุมเท่าที่เคยปรากฎในประเทศไทยและเพิ่มมากขึ้นทุกที
อาจารย์ตุ้ม: อย่างเราแม้แต่คนที่ต่างคนต่างคิดเราก็ยอมรับในความเห็นที่แตกต่าง แต่คุณต้องใช้หลักคิดที่ถูกต้องว่ากฎหมายอนุญาตอะไรบ้าง จบตรงนั้น ขณะนี้สิ่งที่คุณพูดเป็นคำถามอะไรคะ คำถามยั่วยุคำถามแหย่ คำถามกวนโอ้ย ซึ่งถ้าไม่ได้คนที่ระดับที่สามารถที่เข้าใจเจตนา ภายใต้การออกคำถาม ๆ ยิงคำถามเป็นชุดก็จะมีการเพลี่ยงพล้ำได้ หรือจะแบบนิ่งกิมกี่ไปเลยก็ได้...เป็นคำถามที่ชี้นำเพราะคุณมีธงอยู่แล้วคุณมีสิ่งที่ได้รับมอบหมายอยู่แล้วว่าพูดแบบนี้นะเอาอย่างนี้นะให้มีผลออกมาอย่างนี้นะ
อาจารย์จา: อาการทางจิตของตัวเองคือคนที่เกลียดคนอื่นต้องไปหาจิตแพทย์ไม่ใช่แบบถามๆว่า คนที่เกลียดคนเสื้อแดงเขาจะอยู่อย่างไร เพราะเราไม่ได้เกลียดใคร
อาจารย์หวาน: คนที่ฟังรายการของเขาเวลาเขาฟังเขาอยากจะเชื่อเลยแหละว่าคนจำนวนมากเกลียดคนเสื้อแดงไม่เอาคนเสื้อแดงมีจำนวนมาก คนจำนวนมากอาจจะถึงขั้นเกลียดคนเสื้อแดงเลย ทีนี้ก็จะทำให้ผู้ชมอาจเข้าใจว่าเป็นจริงว่าคนที่เกลียดคนเสื้อแดงมีจำนวนมากในสังคมไทย อันนี้ก็ไม่มีการมาพิสูจน์ว่ามากหรือน้อยแต่ถ้าเรายืนยันด้วยประสบการณ์ของเราคนเสื้อแดงคือคนส่วนใหญ่ของประเทศแน่นอน...ไม่ควรแสดงทัศนะส่วนตัวออกมามากมายนักควรที่จะเป็นคำถามที่เปิดกว้างให้ผู้มาตอบคำถามเขามีโอกาสตอบในหลายๆประเด็นมากกว่าที่ไปเจาะจงโดยใส่ทัศนะของตัวเอง
นี่คือ ณัฐวุฒิ ใสเกื้อ แมวตัวที่ไม่ยอมให้ใครปิดประตูตึง่ายๆ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น